Perspectives

พื้นที่ทุ่งรับน้ำ ไม่ใช่ พื้นที่ทุ่งรับกรรม: เสียงเรียกร้องจากชาวบางบาลถึงรัฐบาล

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญภัยพิบัติจากอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นโดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนขึ้นในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและทรัพยากรน้ำและการจัดการภัยพิบัติ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติด้านสภาพอากาศของรัฐ ผู้อำนวยการ Think Forward Center และอดีตอาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดชรัต สุขกำเนิด ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดการภัยพิบัติจากอุทกภัยในพื้นที่ที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการการใช้พื้นที่ทุ่งรับน้ำท่วมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจทางตอนล่าง ที่กำลังถูกตั้งคำถามถึงความพร้อมในการเตรียมการและความเหลื่อมล้ำในการจัดการพื้นที่เสมือนหนึ่งเป็น

ลำน้ำสาขา …คือสายเลือดที่หล่อเลี้ยง

มิใช่ว่าแม่น้ำโขงสายประธาน (The mainstream Mekong River) เท่านั้นที่มีความพิเศษ ยิ่งใหญ่และสำคัญ ลำน้ำสาขา (Tributary rivers) ทุกขนาดของแม่น้ำโขงต่างก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแม่น้ำโขงสายประธาน เพราะลำน้ำสาขาย่อยๆ จำนวนมากก่อให้เกิดลำน้ำโขงสายหลัก การตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างลำน้ำสาขาและแม่น้ำโขงสายประธานด้วยการสร้างเขื่อนและฝายจำนวนมาก ได้นำมาสู่การสูญเสียความสมดุลของระบบนิเวศของลำน้ำทั้งสายย่อยและสายประธาน

การเงินสีเขียวเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน

เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า รัฐบาลของหลายประเทศได้ถือโอกาสของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ภายใต้มุมมองและมาตรการใหม่ที่จะทำให้ประเทศมีความมั่งคงอย่างยั่งยืน ดังเช่น นโยบายการฟื้นฟูสีเขียว (Green Recovery Policy Package) การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้มีสภาวะกลับมาใกล้เคียงดั่งเดิมก่อน Covid-19 จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ภาครัฐของหลายประเทศดำริที่จะปฏิรูป (reform) นโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างสังคมให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางการเงินการคลัง

กระแสโลกร้อนและพลังงานสะอาด: 2 เมกะเทรนด์ที่โลกเปลี่ยนและเปลี่ยนโลก

ภายหลังการประชุมเจรจาเรื่องโลกร้อน COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ในเดือนพฤศจิกายนช่วงปลายปีที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC)) ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5

ระบบ “สมาร์ท” และความมุ่งมั่นในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพอันล้ำค่าในยุคหลังปี 2563

นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 นักวิทยาศาสตร์และนักนิเวศวิทยาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การหยุดการสูญเสียและความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศที่อุดมไปด้วยสายพันธุ์และความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพเหล่านี้อาจช่วยรักษาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ในอนาคตได้ การปกป้องและขยายพื้นที่อนุรักษ์คุ้มครองได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของประชาคมโลก ดังที่มีการเสนอในร่างกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพหลังปี 2563 (Post-2020) ฉบับใหม่ (Global Biodiversity Framework) ว่า “พื้นที่ทางบกและทางทะเลทั่วโลกอย่างน้อยร้อยละ 30

การท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจและปกป้องสิ่งแวดล้อมหลังโควิด 19

วิกฤตโควิดทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเนื่องจากการเดินทางที่หยุดชะงัก โดยในปี 2562 ประเทศไทยเคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึงปีละ 3 ล้านล้านบาทหรือราว 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า วิกฤติเดียวกันก่อให้เกิดบทเรียนที่สำคัญในการปรับปรุงการท่องเที่ยวที่เคยสร้างผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity based